ตึกใบหยก 2

ตึกใบหยก 2 เป็นตึกระฟ้าแห่งหนึ่งของไทย และเป็นตึกแห่งแรกที่สูงที่สุดในประเทศไทยโดยในปัจจุบัน อาคารใบหยก 2 เป็นตึกที่สูงเป็นอันดับ 2 ของไทยรองจาก ตึกมหานคร ที่สร้างเสร็จและเปิดบริการปี พ.ศ. 2559 ตึกใบหยก 2 เป็นตึกแห่งที่สองของอาคารในเครือใบหยกโดยมี นายพันธ์เลิศ ใบหยก เป็นประธานและกรรมการผู้จัดการ โดยอาคารก่อเสร็จในปี พ.ศ. 2533 หลังจากอาคารใบหยก 1 สร้างเสร็จไม่นาน ซึ่งอาคารใบหยก 2 สร้างเสร็จและเปิดบริการในปี พ.ศ. 2540 มีความสูง 309 เมตร ต่อมาได้เสร็จเสาอากาศขึ้นซึ่งความสูงรวมแล้ว 328 เมตร มีทั้งจำนวน 88 ชั้น และเป็นอาคารแห่งแรกของไทยที่มีความสูงเกิน 300 เมตร และเป็นอาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทย โดยอาคารใบหยก 2 นั้นภายในประกอบด้วย โรงแรม, สำนักงาน, ร้านอาหาร, จุดชมวิวของอาคาร นอกจากนี้เแล้วอาคารยังถูกใช้เป็นพื้นที่เช่าเสาสัญญาณกระจายระบบโทรทัศน์ เช่น ITV ระบบยูเอชเอฟ, ช่องโมเดิร์นไนน์ทีวี ระบบวีเอชเอฟ, ช่อง 3 และในปี พ.ศ. 2556 ได้มีการใช้พิ้นที่เช่าสัญญาณในระบบดิจิตอลทีวีเป็นครั้งแรก โดยช่อง ททบ.5 ได้เช่าพื้นที่ออกอากาศทางช่อง 36, โมเดิร์นไนน์ทีวี ช่อง 40 และปี พ.ศ. 2557 ได้มีการใช้สัญญาณออกอากาศระบบภาคพื้นดินอย่างเป็นทางการ โดยมีช่องโทรทัศน์ขอเช่าพื้นที่เพิ่มเช่น ไทยพีบีเอช ช่อง 44, ททบ.5 ซึ่งความสูงของตัวอาคารและเสาสัญญาณทำให้การกระจายสัญญาณโทรทัศน์ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลทั่วถึง อาคารใบหยก 2 จัดว่าเป็น สถานีเครื่องส่งโทรทัศน์หลักของ กรุงเทพมหานคร

สะพานพระราม 8

สะพานพระราม 8 หรือ Rama VIII Bridge เป็นสะพานแขวนที่ใช้ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งที่ 13 ของกรุงเทพมหานครโดยตัวสะพานเป็นลักษณะเป็นสะพานขึงแบบอสมมาตรเสาเดี่ยว โดยสะพานก่อสร้างเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 จากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครั้งที่เสด็จทรงเยี่ยมพระอาการประชวรของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยพระองค์ทอดพระเนตรเห็นถึงปัญหาการจราจรของสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าและถนนบรมราชชนนี พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้ทางกรุงเทพมหานครสร้างสะพานอีกแห่งสำหรับใช้ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา โดยสะพานสามารถช่วยระบายการจราจรลงได้ 30% จากสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า โดยสะพานสร้างเสร็จและเปิดใช้บริการวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2545 โดย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานนามว่า สะพานพระราม 8 โดยตัวสะพานมีความยาว 475 เมตร ช่วงโครงสร้างเสาส่วนกลางสะพานมีความสูง 75 เมตร โดยรับน้ำหนักสะพานด้วยเคเบิลคู่ 28 คู่ ยึดพื้นช่วงตัวสะพานและขึงแบบอสมมาตรอย่างสวยงามโดดเด่นแห่งนี้ของสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ โดยสะพานพระราม 8 จัดว่าเป็นสะพานขึงแบบอสมมาตรที่มีความยาวเป็นอันดับ 5 ของโลก ซึ่งสะพานพระราม 8 มีความสวยงามโดดเด่นที่ผสมผสานด้วยศิลปะแบบไทย โดยสร้างขึ้น เพื่อเป็นพระบรมราชานุสรณ์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร กรุงเทพมหานครจึงได้อัญเชิญ “พระราชลัญจกร” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำพระองค์ มาเป็นต้นแบบในการออกแบบทางสถาปัตยกรรมด้วย จุดเด่นอย่างหนึ่งของสะพานพระราม 8 คือ จุดชมวิวที่ยอดเสาสูงของตัวสะพานที่มีความสูง 165 เมตร หรือเท่าตึก 60 ชั้น ด้านบนมีโครงสร้างโลหะกรุกระจกรูปทรงคล้ายดอกบัว ด้านบนสามารถจุคนได้ 50 คน มีลิฟต์ ขึ้น-ลง 2 ตัว จุคนได้ 5 คน ใช้เวลาขึ้นลงประมาณ 3 นาที

ตึกช้าง

วันนี้เราพูดถึงเรื่องราวของสิ่งปลูกสร้างที่ทุกคนต้องรู้จักเป็นอย่างดีแน่นอน นั้นคือ อาคาร ตึก ต่างๆ โดยเมืองหลวงประเทศไทยอย่างกรุงเทพมหานครที่มีตึกราบ้านช่องที่มีมากมาย บางอาคารบางตึกมีจุดเด่นในเรื่องต่างๆไม่ว่าจะเป็น ความสูง การก่อสร้างการวัสดุประกอบทำให้อาคารแข็งแรง หรือแม้กระทั้ง รูปทรงของตึก มีอยู่ที่ตึกหนึ่งต้องบอกเลยว่า ใครที่ขับรถผ่านทางถนนรัชดาภิเษกและถนนพหลโยธินแล้วละก็ คุณจะพบกับตึกนี่อย่างแน่นอนที่มีความโดดเด่นมองเห็นอย่างชัดเจนเลยทีเดียวนั้นคือ ตึกช้าง เป็นตึกที่มีชื่อเสียงในเรื่องของเอกลักษณ์ และอยู่ในย่านธุรกิจทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานคร  เป็นอาคารที่มีจำนวน 32 ชั้น สูง 102 เมตร และสร้างเสร็จในปี 2540 และตึกแห่งนี้ได้รับรางวัลที่ 4 สำหรับตึกที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในโลก 20 อันดับในเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ที่ผ่านมา โดย CNNgo ตึกแห่งนี้ก็สามารถประกอบด้วย 7 ส่วนเข้าไว้ด้วยกัน อาคาร เอ บี ซี ก็เป็นที่ตั้งของ สำนักงาน ออฟฟิต บริษัทต่างๆ ส่วนชั้นบนสุดของตึกเป็นห้องสูท ยังมีลานสันทนาการ พร้อมด้วยสวนที่ร่มรมย์และสระว่ายน้ำที่กระโดดลงเล่นไปได้พร้อมกับออกกำลังกายได้ดีเลยทีเดียว และพร้อมกับลานซื้อของต่างๆมากมาย พร้อมทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารต่างๆได้อีกด้วย และมีอู่ซ่อมรถอีกด้วย เป็นตึกที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครันเลยทีเดียว ใครที่ผ่านไปผ่านมาแถวๆรัชดาภิเษกหรือพหลโยธินคุณก็จะสามารถมองเห็นความอลังการงานสร้างของตึกนี้อย่างแน่นอน

จินตนาการ อีก 100 ข้างหน้าความเปลี่ยนแปลงของสิ่งปลูกสร้าง

ในปัจจุบันโลกและเทคโนโลยีก้าวไกลอย่างมาก สิ่งปลูกสร้างต่างๆมีการออกแบบให้มีความทันสมัย การออกแบบตัวอาคารต่างๆที่มีความโดดเด่นมากๆ ลองนึกสภาพสิ่งปลูกสร้างในอนาคตข้างหน้าราว 100 ปี ว่ามีหน้าตาเป็นอย่าง ซึ่งมีการจินตนาการออกมาจากสถาปนิกที่ออกแบบสิ่งปลูกสร้างของโลกในอนาคตว่ามีเทคโนโลยีและลักษณะอย่างไรบ้าง

– เมืองลอยน้ำ นี้เป็นจินตนาการต่างๆที่กล่าวถึงในปัจจุบันนั้นภาวะโลกร้อนเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ดังนั้นหากมันเกิดขึ้นจริงเมืองลอยน้ำอาจจะมีแผนการสร้างขึ้นมาจริงๆก็ได้ ซึ่งนั้นถือว่าเป็นเรือโนอาร์ยุคใหม่ เมืองลอยน้ำนั้นเป็นจินตนาการของศิลปินชื่อว่า วินเซนต์ คัลเลโบต์ ออกแบบมาโดยเมืองสามารถจุคนได้ถึง 50,000 คน มีต้นไม้ต่างๆและขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์

– เครื่องบินท่องเที่ยว จินตนาการที่เหมือนกับการนำเรือเหาะในอดีตมาผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีสุดล้ำ ที่สามารถพาผู้คนขึ้นไปชมวิวต่างๆได้ โดยคาดว่ามีการออกแบบให้มีดาดฟ้าที่มีทั้งสระว่ายน้ำ, ร้านอาหารต่างๆ รวมถึงที่พักด้วยซึ่งเหมือนกับเรือสำราญ

– ตึกที่สูงเสียดฟ้า หากเราจิตนาการว่าตึกดูไบที่กว่า 800 เมตรนั้นสูงแล้ว ลงจินตนาการว่าจะมีตึกที่สูงกว่า 1,000 เมตรในอนาคต ซึ่งโครงการดังกล่าวตอนนี้อาจกำลังเกิดขึ้นจริง มีโครงการสร้างตึกที่สูงกว่า 1,300 เมตร คาดว่าในอีก 100 ปีข้างหน้าเมืองใหญ่ๆจะเต็มไปด้วยตึกสูงกว่า 800 – 1,000 เมตรมากมายดังที่เราเห็นในภาพยนตร์แนวไซ-ไฟ อนาคตนั่นเอง นอกจากนี้เราอาจเห็นตึกที่สามารถมองไปถึงอวกาศก็ได้

ไทเป 101 ศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ

ไทเป 101 เป็นตึกระฟ้าที่มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นของประเทศไต้หวัน เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่มีความสวยงามมากแห่งหนึ่ง ตึกไทเป 101 เริ่มก่อสร้างราวปี 1999 แล้วเสร็จในปี 2004 ใช้เวลาในการก่อสร้าง 5 ปี การออกแบบตึกนั้นเป็นการออกแบบที่โดดเด่นมากอย่างหนึ่งของตึกโดยการผสมผสานกันระหว่างวิวัฒนาการเทคโนโลยีและศิลปะของจีนไต้หวัน ที่มีลักษณะคล้ายกับมังกร เป็นรวมองค์ประกอบแบบดั้งเดิมและสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

ไทเป 101 เปิดตัวในวันที่ 31 ธันวาคม 2004 ซึ่งเป็นวันเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่พอดี ตึกมีความสูง 509.2 เมตร และกลายเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลกในตอนนั้น แทนที่ตึกเปโตรนาสทาวเวอร์ ในประเทศมาเลเซีย รวมถึงเป็นตึกที่สูงที่สุดในเอเชียด้วย มีทั้งหมด 101 ชั้น ตัวอาคารถูกแบบมาเพื่อต้านทานแรงลมระดับไต้ฝุ่น รวมถึงแผ่นดินไหว ภายในประกอบด้วย ศูนย์กลางการค้า, โรงแรม, ร้านอาหารหรู, ศูนย์กีฬาและฟิตเนสชั้นนำ นักจากนี้อาคารแห่งนี้ยังได้รับรางวัลการออกแบบตึกที่มีสัญลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัวอย่างมากในปี 2004 ในวันเปิดตัวอาคารนั้นซึ่งเป็นวันสิ้นปีของสากลนั้น ได้มีการจุดพลุเฉลิมฉลองสวยงามมาก ซึ่งเมื่อเปิดทางการแล้ว ไทเป 101 กลายเป็นศูนย์กลางการเงินของประเทศและเอเชีย รวมถึงมีบริษัทค้าปลีกอสังหาริมทรัพย์เมือง ซึ่งสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมือง ชิคาโก้ สหรัฐ

แม้ว่าตึกไทเป 101 จะครองแชมป์ตึกสูงที่สุดในโลกถึง 2010 ซึ่งก็ถูกล่มแชมป์โดยตึกเบิร์จคาลิฟา ดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตท์ ด้วยความสูงกว่า 828 เมตร ที่เปิดตัวในปี 2010 ซึ่งตอนนี้ยังคงครองแชมป์ตึกที่สูงที่สุดในโลกจนถึงปัจจุบัน

 

สะพานโกลเดนเกต สัญลักษณะแห่งอ่าวซานฟราน ฯ

สะพานโกลเดนเกต เป็นสะพานแขวนแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ซึ่งสะพานแห่งนี้มีลักษณะเด่นที่เป็นสะพานแขวนสีแดง ทอดข้ามอ่าวซานฟรานซิโก สะพานแห่งนี้เป็นสะพานแขวนที่มีความแข็งแรงมาก มันตั้งอยู่ทางอ่าวตอนเหนือของเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยสะพานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1937 ซึ่งเป็นยุคของสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น ลักษณะแบบเดียวกับ อาร์ตเดคโค (Art Deco) เป็นสะพานข้ามอ่าวแห่งแรกของเมือง ซึ่งในช่วงนั้นเป็นช่วงสมัยประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี. รูสเวลท์ โครงการดังกล่าวเริ่มขึ้นในปี 1933 จุดประสงค์เพื่อใช้เป็นเส้นทางรถข้ามอ่าว ซึ่งเป็นย่นเวลาในการข้ามอ่าวโดยใช้เรือข้ามมากขึ้นด้วย โดยการสร้างสะพานนั้นต้องใช้โครงเหล็กที่แข็งแรงในการรองรับแรงลม รวมถึงแผ่นดินไหวระดับ 7 ได้ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการสร้างสะพานแขวนที่กรุงวอชิงตัน ชื่อว่า สะพานทาโคม่า แต่ด้วยโครงสร้างที่ไม่แข็งแรงพอที่รับแรงลม ทำให้สะพานแห่งนี้ถล่มลงมาในวันเปิดสะพาน แต่โชคดีที่ไม่มีใครเสียชีวิต

การสร้างสะพานโกลเดนเกต ใช้งบประมาณราว 35 ล้านดอลลาห์สหรัฐ สร้างเสร็จในปี 1937 เมื่อสร้างเสร็จมันกลายเป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก โดยมีความยาววัดจากจุดเริ่มต้นประมาณ 3,347 เมตร ตอนกลาง 1,280 เมตร กว้าง 27 เมตร สูงจากระดับน้ำทะเล 67 เมตร แบ่งเป็นทางรถยนต์ 6 ทาง รถบรรทุก 3 ทาง รถไฟ 2 ทาง ปัจจุบันสะพานแขวนแห่งนี้กลายเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากทั่วโลก ซึ่งทำให้มันกลายเป็นสัญลักษณ์เด่นของเมืองซานฟรานซิสโก และประเทศสหรัฐไปโดยปริยาย มันกลายเป็นแห่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆ และทำให้ถูกจัดว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่ยอดเยี่ยมเป็นอันดับที่ 5 ของสหรัฐ

 

ตึกไครสเลอร์ สิ่งปลูกสร้างคลาสสิคยุค 30

มหานครนิวยอร์ก ของสหรัฐอเมริกานั้นเป็นเมืองๆหนึ่งที่มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่มากมาย ซึ่งในปัจจุบันยังมีเห็นอยู่มากมายตามถนนสายต่างๆในนิวยอกร์ หากพูดถึงช่วงยุคปี 1930 นั้นเมืองนิวยอกร์เริ่มมีการเติบโตมากขึ้น แม้ว่าจะอยู่ในสภาวะช่วงสงครามก็ตาม ซึ่งได้มีการก่อสร้างตึกระฟ้าขึ้นมา โดยตึกนั้นมีความสูงมากกว่า 200 เมตร โดยในนิวยอกร์นั้นมีการสร้างตึกสูงจำนวน 2 แห่ง โดยแห่งแรกถูกสร้างขึ้นก่อนคือ ตึกไครสเลอร์

ตึกไครสเลอร์ Chrysler Building เป็นอาคารที่สูงกว่า 200 เมตรขึ้นไปเป็นอาคารที่มีชื่อเสียงมากในนิวยอกร์ ซึ่งมีลักษณะเด่นอยู่ที่การออกแบบตึก คือ เป็นการออกแบบตึกโครงสร้างตามสถาปัตยกรรม อาร์ตเดคโค ( Art Deco) เป็นศิลปะแบบลิทธินิยม จิตกรรม เลขนศิลป์ ที่นิยมมากในช่วงปี 1925 ถึง 1939 ซึ่งมีการออกแบบสถาปัตยกรรม อุตสาหกรรมในสมัยนั้น โดยตึกไครสเลอร์ ถูกออกแบบมาให้มีความอลังการศิลป์ อาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ถนน 42 Avenue และ ถนนเลกซิงตัน มีความสูงประมาณ 319 เมตร สร้างเสร็จในปี 1930 และครองสถิติตึกสูงที่สุดในโลกเป็นเวลา 1 ปี จนถึงปี 1931 ตึกเอ็มไพร์สเตท จึงกลายเป็นตึกสูงที่สุดในโลกแทน ซึ่งในขณะนั้นมีการสร้างตึกแห่งนี้ด้วย

ตึกไครสเลอร์ เป็นตึกที่ถูกออกแบบมา มันกลายเป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมและสิ่งปลูกสร้างแบบคลาสิค ของ อาร์ตเดคโค (Art Deco) ซึ่งถูกออกแบบโดยสถาปนิกชื่อ วิลเลียม แวน อเล็น มันเป็นตึกที่ใช้แทนสัญลักษณ์ของเมืองนิวยอร์กที่มีความเก่าแก่และโดดเด่นอย่างมา ภายในตึกนั้นประกอบด้วย อาคารสำนักงาน, โรงแรม, ห้างสรรพสินค้า, จุดชมวิวที่สวยงาม

 

วัดพระแก้ว วัดคู่บ้านคู่เมืองของไทย สถาปัตยระดับโลก

  วัดพระแก้ว สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่คู่บ้านคู่เมืองไทยมาตลอดกว่า 200 ปี ซึ่งมีการสร้างและตกแต่งความงดงามและความยิ่งใหญ่จากอดีตจนถึงปัจจุบัน วัดพระแก้ว สามารถดึงนักท่องเที่ยวได้มาชมความงดงามของสิ่งปลูกสร้างโดยคนไทย

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ คนไทยเรียกกันว่า วัดพระแก้ว เป็นที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2325 เป็นวัดในพระบรมมหาราชวังภายในเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต พระคู่บ้านคู่เมืองที่คนไทยสักการะเพื่อเป็นสิริมงคล ภายในบริเวณวัดพระแก้วมีพระอุโบสถตั้งอยู่ส่วนกลางของวัด มีกำแพงล้อมรอบและซุ้มประดิษฐานเสมาทั้งหมด 8 ซุ้ม ภายในวัดพระแก้วมีพระพุทธรูปที่สำคัญ เช่น พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสนตอนต้น ทำจากหินหยกสีเขียวเข้มทึบแสง ปางสมาธิ ขนาดหน้าตัก 43 ซม. สูง 55 ซม., พระพุทธยอดเจ้าจุฬาโลก พระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นพระพุทธรูปซึ่งรัชกาลที่ 3 ทรงอุทิศให้แด่รัชกาลที่ 1 และรัชกาลที่ 2 เป็นต้น

นอกจากนี้ภายในยังมี พิพิธภัณฑ์ ซึ่งอยู่บริเวณเขตพระราชฐานชั้นนอกของพระบรมมหาราชวัง สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็นอาคารแบบทรงตะวันตก ซึ่งแต่เดิมใช้เป็นโรงผลิตเงินตราเพื่อใช้ประโยชน์ในประเทศ ซึ่งในวาระครบรอบสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นแม่กองบูรณะจึงขอพระราชทานอาคารโรงกษาปณ์มาเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีสิ่งน่าสนใจหลายอย่างเช่นปืนใหญ่ที่ตั้งแสดงไว้ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาจีนที่ตั้งไว้หน้าอาคารพิพิธภัณฑ์ ในปัจจุบันมีผู้เข้ามาเยี่ยมชมวัดพระแก้วเป็นจำนวนมาก ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ซึ่งวัดพระแก้วเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามติดอันดับโลก

อังกฤษค้นพบ สโตนเฮนจ์แห่งที่ 2

   หากพูดถึงแท่งหินขนาดใหญ่อยู่บริเวณเกาะทางตอนเหนือของประเทศอังกฤษอย่าง สโตนเฮนจ์ กลุ่มแท่งหินเก่าแก่อายุกว่าพันปี ซึ่งในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมากมายมาชมความสวยงามของมัน ในอดีตมีการสันนิฐานต่างๆนาๆถึงแท่งหินเก่าแก่นี้โดยมีการคาดว่า แท่งหินเหล่านี้อาจเป็นฐานของสิ่งปลูกสร้างของชาวเกาะในอดีตที่ผ่านมา หรือ อาจจะเป็นที่สำหรับใช้บูชาเทพเจ้า โดยยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่า แท่งหินเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

ล่าสุดทางนักโบราณคดีของอังกฤษเผยต่อสื่อว่า ได้ค้นพบแท่งหินยักษ์ แบบเดียวกับ สโตนเฮนจ์ ซึ่งแท่งหินเหล่านี้ถูกค้นพบห่างจากสโตนเฮนจ์ไปทางเหนือ ประมาณ 3 กิโลเมตรซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่มีการขุดค้นซากอารยธรรมโบราณมากมาย ซึ่งแท่งหินเหล่านี้ถูกขนานว่า เป็นสโตเฮนจ์แห่งที่ 2 และมีขนาดใหญ่กว่าแห่งแรกถึง 2 เท่า โดยแท่งหินยักษ์แห่งที่ 2 ที่ถูกค้นพบนี้มีก้อนหินขนาดใหญ่จำนวนกว่า 90 ก้อน บางก้อนมีความสูงถึง 5 เมตร โดยมีลักษณะเป็นแนวยาวทอดเป็นทางยาวกว่า 2 กิโลเมตร โดยแท่งหินที่นักโบราณคดีค้นพบนี้ถูกฝังอยู่ใต้ดินและถูกขุดขึ้นมา คาดว่ามีอายุราว 4,500 ปี โดยการค้นพบนี้นักโบราณคดีเชื่อว่า แท่งหินเหล่านี้น่าจะเป็นสิ่งปลูกสร้างที่เป็นอารยธรรมของชาวพื้นเมืองในอังกฤษซึ่งเป็นยุคต้นสมัย Neolithic บนเกาะอังกฤษ

ซึ่งการค้นพบครั้งสำคัญนี้อาจนำไปสู่การไขปริศนาคำตอบของแท่งหินปริศนาของ สโตนเฮนจ์แห่งที่ 2 รวมถึงอาจจะเกี่ยวข้องกับแห่งที่ 1 ด้วย ซึ่งทางนักวิทยาศาสตร์และนักโบราณคดีต้องหาคำตอบของแท่งหินปริศนานี้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

รวมสิ่งปลูกเก่าแก่ที่น้อยคนจะรู้จักตอนที่ 2

    ในบทความที่แล้วทาง BBC Travel ได้ศึกษาและลงพื้นที่สำรวจและเยี่ยมชมสิ่งปลูกสร้างเก่าแก่ที่น้อยคนจะรู้จักแล้ว เรามีชมกันต่อถึงสิ่งปลูกสร้างที่สวยงามซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของนักเที่ยวจากทั่วโลกและเป็นสิ่งปลูกสร้างสวยงาม

– อาคารรัฐสภาแห่งโรมาเนียอาคารแห่งนี้มีความงดงามมากทั้งด้านสถาปัตยกรรมและการตกแต่งที่เหลือเชื่อว่าคนสมัยก่อนที่เก่งขนาดนี้ โดยอาคารรัฐสภาแห่งนี้พื้นที่มากถึง 340,000 ตารางเมตร มีขนาดใหญ่รองเป็นอันดับสองรองจากอาคารเพนตากอนของสหรัฐ อาคารแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1984 ใช้เวลาการก่อสร้าง 13 ปี ออกแบบโดยสถาปนิกที่มีอายุเพียง 28 ปีเท่านั้น อาคารมีขนาด 270*240เมตรมีทั้งหมด 12 ชั้น ภายในตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิค ใช้เป็นที่ประชุมสภา พิพิธภัณฑ์ศิลปะ และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของประเทศอีกด้วย

– มัสยิดแห่งเจนเน มัสยิดอันเก่าแก่ที่สุดของประเทศมาลี จุดเด่นของตัวมัสยิดแห่งนี้คือสร้างด้วยดินโคลนทั้งหมดและถูกบันทึกให้เป็นมัสยิดที่สร้างด้วยดินโคลนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คาดว่าถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1200-1300 ออกแบบโดยชนเผ่าซูดานอันเก่าแก่โดยมีพื้นที่ประมาณ 75*75 ตารางเมตรซึ่งสร้างขึ้นเพื่อป้องกันลมและทราย

– ป้อมเดราวาร์ ในปากีสถาน ป้องแห่งนี้แม้ว่าจะเริ่มเป็นที่รู้จักเนื่องจากมีการใช้สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดหลายเรื่อง แต่ถึงกระนั้นการเดินทางทำให้น้อยคนที่เข้ามาเยี่ยมชมความงามนี้ ป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1733 โดยการเดินทางเข้าเยี่ยมป้อมนี้เป็นไปด้วยความลำบากและต้องได้รับอนุญาตจากตระกูล Abbasiซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินในปัจจุบัน